โรคติดเชื้อจากแมวที่หลายคนไม่รู้ตัว

Last updated: 7 ต.ค. 2569  |  29 จำนวนผู้เข้าชม  | 

โรคติดเชื้อจากแมวที่หลายคนไม่รู้ตัว

โรคติดเชื้อจากแมวที่หลายคนไม่รู้ตัว


Toxoplasmosis โรคติดเชื้อจากแมวที่หลายคนไม่รู้ตัว
Toxoplasmosis (ท็อกโซพลาสโมซิส) คือโรคติดเชื้อที่เกิดจากปรสิตเซลล์เดียวชื่อ Toxoplasma gondii ซึ่งพบได้ทั่วโลก คนจำนวนมากที่ติดเชื้ออาจไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ทำให้ไม่รู้ตัวว่าติดเชื้อ
แมวและสัตว์ตระกูลแมวมีบทบาทสำคัญในวงจรชีวิตของปรสิต เนื่องจากสามารถขับระยะของปรสิตออกมากับอุจจาระ อย่างไรก็ตาม การติดเชื้อไม่ได้เกิดจากการสัมผัสหรือเลี้ยงแมวเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเกิดจากอาหาร น้ำ ดิน หรือเนื้อสัตว์ที่ปนเปื้อนได้ด้วย CDC

โรคติดต่อได้อย่างไร?
เชื้อ Toxoplasma gondii สามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง ได้แก่
1. การรับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงไม่สุก
การกินเนื้อหมู เนื้อแกะ เนื้อสัตว์ป่า หรือเนื้อสัตว์อื่น ๆ ที่มีเชื้อและปรุงไม่สุกเพียงพอ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้
2. การสัมผัสอุจจาระแมวหรือดินที่ปนเปื้อน
แมวที่ติดเชื้อสามารถขับเชื้อออกทางอุจจาระ ทำให้เชื้อปนเปื้อนในกระบะทราย ดิน หรือสิ่งแวดล้อมได้ หากมือปนเปื้อนแล้วนำไปสัมผัสปากหรืออาหารโดยไม่ได้ล้างมือ ก็มีโอกาสรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย
3. ผักและผลไม้ที่ล้างไม่สะอาด
ผักและผลไม้ที่มีดินหรือสิ่งปนเปื้อนจากอุจจาระแมว หากรับประทานโดยไม่ล้างให้สะอาด อาจเป็นแหล่งของเชื้อได้
4. น้ำหรืออาหารที่ปนเปื้อน
น้ำที่ไม่ผ่านการทำให้ปลอดภัยและอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อสามารถเป็นอีกช่องทางหนึ่งของการติดเชื้อได้
5. จากแม่สู่ลูกในระหว่างตั้งครรภ์
หากผู้หญิงติดเชื้อครั้งใหม่ในช่วงก่อนหรือระหว่างตั้งครรภ์ เชื้อสามารถแพร่ผ่านรกไปยังทารกได้ แม้ตัวคุณแม่เองอาจไม่มีอาการก็ตาม CDC

ข้อสำคัญ: Toxoplasmosis ไม่ใช่โรคที่แพร่จากคนสู่คนได้ทั่วไป การแพร่จากคนสู่คนพบได้ในบางกรณี เช่น จากแม่สู่ทารก การถ่ายเลือด หรือการปลูกถ่ายอวัยวะที่ติดเชื้อ ซึ่งพบไม่บ่อย CDC

อาการของโรค
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติส่วนใหญ่ อาจไม่มีอาการเลย และไม่ทราบว่าตนเองเคยติดเชื้อ
หากมีอาการ อาจมีลักษณะคล้ายไข้หวัดหรือการติดเชื้อไวรัส เช่น
*มีไข้
*อ่อนเพลีย
*ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
*ปวดศีรษะ
*ต่อมน้ำเหลืองโตหรือกดเจ็บ
*อาการอาจเป็นอยู่หลายสัปดาห์ก่อนค่อย ๆ ดีขึ้น CDC

อาการที่รุนแรง
ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง การติดเชื้ออาจรุนแรงและส่งผลต่อ สมอง ดวงตา หรืออวัยวะอื่น ๆ อาจพบอาการ เช่น
*ปวดศีรษะรุนแรง
*สับสน
*มีไข้
*คลื่นไส้หรืออาเจียน
*การทรงตัวหรือการประสานงานของร่างกายผิดปกติ
*ชัก
นอกจากนี้เชื้อยังสามารถทำให้เกิด Toxoplasma ที่ดวงตา ซึ่งอาจทำให้ตามัว ตาแดง ปวดตา หรือการมองเห็นลดลงได้ CDC

ใครบ้างที่ควรระวังเป็นพิเศษ?
แม้ทุกคนสามารถติดเชื้อได้ แต่กลุ่มที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ ได้แก่
-หญิงตั้งครรภ์
หากติดเชื้อครั้งใหม่ในช่วงตั้งครรภ์ เชื้อสามารถแพร่ไปยังทารกได้ และอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง เช่น การแท้ง ทารกเสียชีวิตในครรภ์ หรือความผิดปกติของสมองและดวงตา
ทารกบางรายอาจ ไม่มีอาการตั้งแต่แรกเกิด แต่สามารถเกิดปัญหาทางตาหรือระบบประสาทในภายหลังได้ CDC
-ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
เช่น ผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ ผู้ป่วยบางกลุ่มที่ได้รับเคมีบำบัด หรือผู้ที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่รุนแรงหรือการกลับเป็นซ้ำของเชื้อเดิม CDC

แมวเกี่ยวข้องกับโรคอย่างไร?
แมวและสัตว์ตระกูลแมวเป็น เจ้าบ้านสำคัญของ Toxoplasma gondii โดยแมวสามารถติดเชื้อจากการกินสัตว์ที่มีเชื้อ เช่น หนูหรือนก และสามารถขับเชื้อออกมากับอุจจาระได้
อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงแมวไม่ได้หมายความว่าจะต้องติดโรค
การมีแมวอยู่ในบ้านไม่ใช่เหตุผลที่ต้องนำแมวไปทิ้ง เพียงควรดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสม เช่น
-ล้างมือหลังสัมผัสกระบะทราย
-ทำความสะอาดกระบะทรายทุกวัน
-ไม่ให้อาหารดิบหรือเนื้อดิบแก่แมว
-หากเป็นหญิงตั้งครรภ์หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ควรให้ผู้อื่นช่วยทำความสะอาดกระบะทราย หากทำเองควรสวมถุงมือและล้างมือให้สะอาด CDC
-การทำความสะอาดกระบะทรายทุกวันมีประโยชน์ เพราะเชื้อในอุจจาระแมวต้องใช้เวลาประมาณ 1–5 วัน จึงจะกลายเป็นระยะที่สามารถก่อการติดเชื้อได้ CDC

วิธีป้องกัน Toxoplasmosis
สามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยพฤติกรรมง่าย ๆ ในชีวิตประจำวัน
1. รับประทานเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก
หลีกเลี่ยงเนื้อดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ และควรปรุงเนื้อให้ถึงอุณหภูมิที่ปลอดภัย
2. ล้างผักและผลไม้
ล้างผักและผลไม้ด้วยน้ำไหลก่อนรับประทาน โดยเฉพาะอาหารที่อาจมีดินติดอยู่
3. ล้างมือให้สะอาด
ล้างมือด้วยสบู่และน้ำหลังจับเนื้อดิบ สัมผัสดิน หรือทำความสะอาดสิ่งที่อาจปนเปื้อนอุจจาระแมว
4. ทำความสะอาดอุปกรณ์ทำอาหาร
เขียง มีด จาน และพื้นผิวที่สัมผัสเนื้อดิบควรล้างด้วยน้ำและสบู่ให้สะอาด
5. สวมถุงมือเมื่อต้องสัมผัสดิน
โดยเฉพาะการทำสวนหรือสัมผัสดินที่อาจปนเปื้อนอุจจาระแมว
6. ดูแลแมวอย่างถูกวิธี
เลี้ยงแมวในบ้านเมื่อทำได้ และให้อาหารแมวที่ปรุงสุกหรืออาหารสำเร็จรูป ไม่ควรให้อาหารดิบ CDC

การรักษา
ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันปกติและไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่อาจไม่จำเป็นต้องได้รับยารักษา และสามารถฟื้นตัวได้เอง แต่ผู้ที่มีอาการรุนแรง หญิงตั้งครรภ์ ทารก หรือผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจจำเป็นต้องได้รับการประเมินและรักษาโดยแพทย์ ยาที่ใช้รักษาอาจแตกต่างกันตามอายุ ตำแหน่งที่ติดเชื้อ ความรุนแรง และสถานะการตั้งครรภ์ โดยแพทย์อาจใช้ยาหลายชนิดร่วมกัน เช่น pyrimethamine, sulfadiazine และ folinic acid ในผู้ป่วยบางกลุ่ม CDC
 

 

สรุป
Toxoplasmosis เป็นโรคติดเชื้อจากปรสิต Toxoplasma gondii ที่หลายคนอาจติดเชื้อโดยไม่รู้ตัว เพราะส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อย
สิ่งสำคัญที่สุดคือการป้องกัน โดยเฉพาะการ
กินอาหารและเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุก
ล้างผักและผลไม้ให้สะอาด
ล้างมือเป็นประจำ
ระมัดระวังการสัมผัสดินและอุจจาระแมว
ดูแลกระบะทรายแมวอย่างถูกสุขอนามัย
หญิงตั้งครรภ์และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่องควรระมัดระวังเป็นพิเศษ
การเลี้ยงแมวไม่ได้แปลว่าจะต้องติด Toxoplasmosis การมีสุขอนามัยที่ดีและดูแลแมวอย่างเหมาะสมสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก CDC

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อความรู้ทั่วไป ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือคำแนะนำจากแพทย์ได้ หากกำลังตั้งครรภ์ มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือสงสัยว่าติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์





เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้