Erythema multiforme โรคผื่นแพ้ยา EM

Last updated: 24 พ.ย. 2564  |  2518 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Erythema multiforme โรคผื่นแพ้ยา EM

Erythema multiforme


    มีลักษณะบวมแดง บางเวลาแตกเป็นตุ่มน้ำ  ในรูปแบบอาการเล็กน้อย จะเป็นผื่นแดงสามารถหายเองได้และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อน พบในเด็กและวัยรุ่น เกิดขึ้นนประมาญ1-2ครั้งต่อปีเป็นอยู่ประมาณ2-4สัปดาห์  รูปแบบรุนแรง เรียกว่าStevens-Johnson syndrome หรือerythema multiforme major มักมีอาการรุนแรงจำเป็นต้องได้รับการรักษาและอยู่ในโรงพยาบาล

สาเหตุ 
    กว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยไม่ทราบสาเหตุ สาเหตุของการระคายเคืองทางผิวหนังส่วนใหญ่มาจากการติดเชื้อ  แพ้ยา เช่น เพนนิซลิน หรือวัคซีน หรือ อาการแพ้ท้อง  ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง อากรเจ็บป่วยหรือมะเร็ง

อาการ
  ผิวหนังรูปแบบย่อย ๆ จะเป็นจ้ำแดงหรือตุ่มน้ำใสตามหน้า ปาก แขน ขาทั้งสองข้างของร่างกาย ลักษณะจ้ำเป็นรูปคล้ายเป้าธนู และขยายขนาดเป็นตุ่มน้ำได้  ไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อเกิดได้ ในรูปแบบรุนแรง  จะมีไข้สูง  ตุ่มน้ำพอง คันมาก แตกเป็นแผลตามเนื้อเยื่อในปาก จมูก ตา อวัยวะเพศ แขน ผิวหนัง หกามมีภาวะแทรกซ้อนอาการจะหายไปใน 4สัปดาห์  แต่แผลในปากจะมีอาการเจ็บอยู่เป็นเดือน ส่วนตาหากไม่รักษาอาจทำให้ตาบอดได้

การวินิจฉัย 
  แพทย์ตรวจผื่น และซักประวัติ  ตรวจเลือดเพื่อตรวจสอบการติดเชื้อ การตัดชิ้นเนื้อเพื่อตัดสาเหตุโรคอื่น ๆ ออกไป

การรักษา

  เจาะจงบริเวณสาเหตุและอาการ หากมีอาการแพ้ยา ให้หยุดยานั้น ๆ หากติดเชื้อแบคทีเรีย ให้ใช้ยาปฏิชีวนะ อาการคันผิวเพียงสารให้ความชุมชื้นอาการจะทุเลาลง ใช้น้ำยาบ้วนปากสำหรับแผลในปาก ล้างตาด้วยน้ำเกลือหรือยาทาบริเวณผิวใกล้ตา อาจปรึกษาจักษุแพทย์ร่วมด้วย  หากมีอาการรุนแรงจำเป็นต้องรักษาในโรงพยาบาล



    สิ่งที่ควรทำ

ควรรีบรักษาอาการใดที่นำไปสู่ผื่นอีริทิมามัลติฟอร์เม และหลีกเลี่ยงสารหรือยาที่ก่อให้เกิดอาการ

ควรกินอาหารอ่อนหรือเหลวเมื่อปากมีแผล

 ควรใช้ผ้าเย็นประคบบริเวณตุ่มน้ำ

 ควรรีบพบแพทย์หากปวดตา อาเจียนหรือท้องเสีย

 ควรแจ้งแพทย์หากมีอาการผิดปกติใหม่ๆกำเริบหรือแย่ลงกว่าเดิม

   ห้ามทำ

ห้ามทาครีมหรือน้ำมันบนแผลที่มีเลือดออก

 ห้ามอาบหรือแช่น้ำร้อน อาจทำให้ผิวระคายเคืองได้

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้