โรคพุพอง

Last updated: Sep 23, 2020  |  343 จำนวนผู้เข้าชม  |  ผิวหนัง ภูมิคุ้มกัน ความรู้ ข่าวสาร

โรคพุพอง

 โรคพุพอง


เป็นโรคที่เจอบ่อยในการติดเชื้อของผิวหนังเล็กๆน้อยๆ มักเกิดในเด็กหรือทารก สามารถแพร่กระจายได้เร็วจากคนหนึ่งสู่อีกคนแค่อยู่ในสถานที่แออัด ติดจากพี่สู่น้องหรือบุคคลที่อยู่ใกล้ชิด
      สาเหตุ 
แบคทีเรียสองชนิด คือ straphylococcus และ streptococcusที่เป็นสาเหตุของโรคพุพอง อาจจะพบทั้งสองตัวหรือตัวเดียวก็ได้เพราะแบคทีเรียเหล่านี้อาศัยอยู่บนผิวหนังของเราและก่อให้เกิดการติดเชื้อได้เช่นเดียวกันหากมีแผลสัตว์กัด ข่วน ถลอก ยิ่งในเด็กเล็กๆยิ่งแพร่กระจายเชื้อได้ดี เพราะมือไปจับของเล่นหรืออื่นๆโดยไม่ล้างมือ
 
      อาการ
โรคพุพองเริ่มจากตุ่มน้ำที่ไม่เจ็บ ที่บริเวณใบหน้า โดยเฉพาะรอบจมูกและปาก ตุ่มน้ำมีสีใสหรือออกสีเหลืองอ่อนๆ เมื่อแตกอกมาจะกลายเป็นสะเก็ดน้ำตาลๆ ตุ่มน้ำอาจะคันและแสบ แต่ไม่เคยทิ้งรอยแผลเป็น
     การวินิจฉัย 
      ตรวจที่แผลบนผิวหนัง และตรวจสอบหาเชื้อแบคทีเรียโดยใช้สำลีป้ายลงตุ่มน้ำ และเก็บเลือดและปัสสาวะเพื่อส่งตรวจให้แน่ใจว่าไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ


      การรักษา 
        โรคพุพองควรรักษาให้เร็วเพื่อป้องการเชื้อลามลงไปใต้ผิวหนัง ถ้าไม่รีบรักษาตุ่มน้ำจะอยู่เป็นสัปดาห์โรคนี้ตอบสนองต่อต่อยาอย่างรวดเร็วร่วมกับฟอกยาฆ่าเชื้อและล้างให้สะอาด ส่วนใหญ่อาการจะหายไปภายใน 7-10 วัน ยาปฏิชีวนะสำหรับทาจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียอีกทีสเก็ตแผลก็จะค่อยๆหลุดออกไป

    สิ่งที่ควรทำ
ควรรักษาความสะอาดร่างกายให้สะอาดและฟอกสบู่ที่สำหรับฆ่าเชื้ออย่างน้อยวันละครั้ง
ควรฟอกสบู่ทุกครั้งเมื่อมีแผล โดนบาดหรือสัตว์กัดหรือข่วน
ควรรักษาความสะอาดของเล่นของเด็กสม่ำเสมอ
ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบเมื่อกินยาแล้วรู้สึกผิดปกติ
ควรตัดเล็บให้เด็กๆเพื่อป้องกันการข่วน
ควรพบแพทย์ทันทีเมื่ออาการไม่ดีขึ้นภายใน7-10วัน มีไข้หรือคนในครอบครัวติดเชื้อด้วย ปัสสาวะเป็นเลือดเป็นต้น


   สิ่งที่ไม่ควรทำ
ไม่ควร บีบหรือแกะตุ่มน้ำ
ไม่ควรอยู่ใกล้ชิดกับบุคคลอื่นหากคุณกำลังติดเชื้อ
ไม่ควรโกนหนวดบริเวณที่มีตุ่มน้ำ