ไขมันพอกตับ(fatty liver disease)

Last updated: Sep 24, 2020  |  269 จำนวนผู้เข้าชม  |  ภูมิคุ้มกัน โรคฉุกเฉิน ความรู้ ข่าวสาร

ไขมันพอกตับ(fatty liver disease)

ไขมันพอกตับ(fatty liver disease)


          ไขมันที่สะสมที่ตับเป็นปริมาณมากมักเกิดในผู้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน หรือบุคคลที่ดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ไขมันพอกตับเองไม่เป็นอันตรายแต่หากเกิดการอักเสบขึ้นมาเป็นเวลนานๆเนื้อตัยเกิดแผลเป็นดึงรั้งกันส่งผลผลให้ตับทำงานไม่เป็นปกติ

สาเหตุ 
        สำหรับไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดื่มแอลกอฮอล์เกิดจากการอักเสบของบริเวณที่ไขมันพอกตับซึ่งไม่ได้มีสาเหตุมาจากแอลกอฮอล์หรือตับอักเสบจากไวรัส ส่วนใหญ่มักเกิดในที่น้ำหนักเกินเกณฑ์ แจ่ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด

อาการ
        ไม่ว่าจะเป็นไขมันพอกตับหรือไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์มักไม่ค่อยมีอาการแต่สำหรับบางคนอาจมีการปวดหรือไม่บายท้องหากว่าตับมีขนาดใหญ่กว่าเดิมและเป็นสาเหจุของโรคตับในกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน

การวินิจฉัย 
        แพทย์มักพบความผิดปกติจากการตรวจเลือดหรือ ค่าแล็บของตับ ซึ่งเป็นการตรวจพื้นฐานอยู่แล้ว ดังนั้นแพทย์ซักประวัติและตรวจร่างกายต่อเพื่อที่จะตัดโรคที่มีอาการคล้ายโรคนี้เช่น ตับอักเสบจากไวรัส ตับพังจากการดื่มแอลกอฮอล์

การรักษา 
          ลดน้ำหนักหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์เป็นวิธีที่ดีทีค่สุดในการรักษาไขมันพอกตับ ในส่วนไขมันพอกตับที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์แล้วผู้ป่วยมีไขมันในเลือดสูง เบาหวาน หรืออ้วน ควรจะควบคุมน้ำตาลในเลือดและระดับไขมันโดยการอาหารที่ดีและออกกำลังกาย แพทย์จะให้ยาเพื่อลดไขมันและการอักเสบร่วมด้วย


    สิ่งที่ควรทำ
ควรทราบว่าการตัดชิ้นเนื้อเยื่อตับมาตรวจไม่ได้ใช้วินิจฉัยไขมันพอกตับแต่เป็นเพียงเพื่อตัดโรคอื่นที่เกี่ยวข้องออกไป
ควรสอบถามแพทย์เกี่ยวกับยาที่มีผลทำลายตับเช่นacetaminophenและยาบางตัวที่ใช้รักษาเบาหวานหรือยาพวกลดไขมันในเลือด
ควรลดน้ำหนักหากมีน้ำหนักเกิน

 

     ห้ามทำ
ห้ามดื่มแอลกอฮอล์ จะมีผลช่วยลดไขมันที่อยู่ในตับ
 ห้ามลืมว่ามีผู้ป่วยไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากากรดื่มแอลกอฮออล์แล้วกลายเป็นตับแข็งได้ และมีภาวะแทรกซ้อนที่จากตับเสียการทำงานไป เช่น ผิวเหลือง ท้องบวม ขาบวม