มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา

Last updated: Sep 23, 2020  |  470 จำนวนผู้เข้าชม  |  ภูมิคุ้มกัน พันธุกรรม ผิวหนัง ความรู้ ข่าวสาร

มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา

มะเร็งผิวหนังเมลาโนมา

(Melanoma)


           เป็นมะเร็งผิวหนังที่เกิดจากเมลาโนไซด์ ซึ่งเป็นตัวผลิตเม็ดสีของผิวหนัง เริ่มเกิดเป็นอนุภาคเล็กๆและลามไปสู่บริเวณใกล้เคียงและลึกลงสู่ชั้นผิวหนังด้านล่าง ไปถึงต่อมน้ำเหลืองและเส้นเลือดดำจนสุดท้ายกระจายเข้าสู่ตับ สมอง ปอด กระดูก
        สาเหตุ 
      เกิดจากการที่ได้รับultravioletจากแสงแดดมากเกินไปสามารถทำลายชั้นผิวหนังได้ กลุ่มคนความเสี่ยงสูงสุดคือกลุ่มที่ถูกแดดเผานานๆ คนผิวขาว ตาฟ้า ผม บลอนด์ คนที่เป็นกระ อาบแดดผิวให้เป็นสีแทน หรือคนที่มีความผิดปกติของสีผิวมากๆหรือครอบครัวมีคนเป็นโรคนี้ คนผิวดำก็สามารถเป็นได้เช่นกัน

 
      อาการ
    ตอนเริ่มแรกไม่มีอาการ เมื่อมะเร็งเมลาโนมากระจายอาการจะเริ่มจะอนุภาคเล็กๆและเริ่มมีต่อมน้ำเหลืองโต หายใจสั้นถี่ ปวดกระดูก เมื่อกระจายไปที่กระดูก มีอาการปวดหัว ชัก สายตามีปัญหาเมื่อแพร่ไปสมอง ส่วนร่องรอยบนผิวหนังจะขอบไม่สม่ำเสมอ สีไม่สม่ำเสมอ และขยายขนาดกว้างขึ้นเรื่อยๆ
      การวินิจฉัย 
    จากการตัดชิ้นเนื้อเล็กๆไปส่องกล้อง เพื่อดูว่ามะเร็งรุนแรงถึงขั้นไหน กินพื้นที่ลึกและกว้างเท่าไหร่ และดุการกระจายตัวว่าไปถึงตำแหน่งไหนจากการบวมของต่อมน้ำเหลือง และตรวจเลือด ถ่ายเอกซเรย์ช่องอก ทำCT scanศีรษะ และbone scan


         การรักษา 
        ขึ้นกับความรุนแรงของมะเร็งและการแพร่ไปอวัยวะอื่นๆ ดังนั้นเมื่อเจอในระยะเริ่มต้นต้องรีบรักษาเพราะถึงขั้นรุนแรงแล้วไม่สามารถรักษาได้ ในขั้นเริ่มต้นการผ่าตัด โดยตัดในส่วนที่เป็นเนื้อร้ายออกให้มากพอและแน่ใจว่าเอาออกหมด แต่ถ้าหากมะเร็งแพร่กระจายไปแล้ว การทำผ่าตัด คีโม ฉายแสงก็ไม่สามารถรักษาให้หายได้

    สิ่งที่ควรทำ
ควรล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะหลังเปลี่ยนผ้าอ้อมเด็ก
ควรตรวจเช็คดูผิวหนังของตัวเองว่ามีเม็ดสีผิดปกติไปหรือขนาดกว้างขึ้นหรือไม่แล้วรีบหาหมอทันที
ควรตรวจผิวหนังประจำปีอย่างละเอียด
ควรหลีกเลี่ยงการนอนอาบแดดเพื่อปรับสีผิวแทน
ควรทาครีมกันแดดSPFมากกว่า 30
ควรรับทราบว่าการรักษามะเร็งเมลาโนมามีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง มะเร็ง และแพทย์ทั่วไปช่วยกันดูแล
ควรแจ้งแพทย์ทันทีเมื่อรู้สึกมีไข้ ต่อมบวม ปวดและมีสารน้ำออกมาจากแผลผ่าตัด


   ห้ามทำ
ห้ามอยู่ท่ามกลางแดดแรงๆนานๆโดยเฉพาะคนที่เซ้นสิทีฟต่อแสง
 ห้ามรอช้าเมื่อพบเม็ดสีผิดปกติบนผิวหนัง