ความดันโลหิตสูง

Last updated: Sep 23, 2020  |  433 จำนวนผู้เข้าชม  |  โรคผู้สูงอายุ โรคหัวใจ ความรู้ ข่าวสาร

ความดันโลหิตสูง

ความดันโลหิตสูง


           ความดันโลหิต หมายถึง แรงดันของกระแสเลือดที่กระทบต่อผนังหลอดเลือดแดง ซึ่งเกิด จากการสูบฉีดของหัวใจ ความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดความเครียดในระบบไหลเวียนโลหิต ส่งผลโดยตรงต่อการเกิดโรคของระบบหลอดเลือด
ค่าความดันที่วัดได้ มี2 ค่า คือ
ความดันตัวบน(systolic pressure) คือ ความดันขณะหัวใจบีบตัวสุด
ความดันตัวล่าง(diastolic pressure) คือ ความดันขณะหัวใจคลายตัวสุด(heart at rest) มีค่าปกติอยู่ที่120/80 หน่วยเป็น มิลลิเมตรปรอท(mmHg) สมาคมโรคหัวใจให้นิยาม ภาวะความดันโลหิตสูง เมื่อวัดค่าได้ตั้งแต่ 140/90 มิลลิเมตรปรอทขึ้นไป

สาเหตุ 
    สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่ชัด โดยปกติ จะมีอาการภายในไม่กี่อาทิตย์หลังจากลำคอมีการ ติดเชื้อStreptococcus หรือเป็นไข้หวัดหรือติด เชื้อไวรัส หลังจากนั้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายจะ เริ่มสร้างantibody เมื่อเริ่มติดเชื้อ

 อาการ
    อาการเริ่มแรกจะพบ จ้ำเลือดบริเวณ ขาทั้งสองข้างอละก้น รู้สึกเจ็บที่ข้อเท้า ซึ่งในตอนแรก จะเห็นเหมือนลมพิษและจะเปลี่ยนเป็นจ้ำเลือดสีม่วงหรือสีน้ำตาลภายใน1-2 วัน บริเวณข้อเท้า หรือข้อเข่าจะรู้สุกปวดบวม อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อเดิน ส่วนอาการอื่นๆ เช่นอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และมีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ ในวัยรุ่นผู้หญิงอาจจะมีการปวด ประจำเดือนมาก

การวินิจฉัย 
     แพทย์ตรวจผิวหนังผู้ป่วยและเด็บตัวอย่างไปส่องกล้อง และเก็บตัวอย่างปัสสาวะและเลือดด้วย แพทย์เจ้าของไข้จะส่งตัวผู้ป่วยให้แพทย์เฉพาะทาง ด้านโรคไตและรูมาตอยด์ช่วยดูแลร่วมด้วยถ้าแพทย์ เห็นว่าผู้ป่วยไตมีปัญหา อาจจะมีการเก็บชิ้นเนื้อไต ไปตรวจโดยการใช้เข็มเจาะเข้าไปบริเวณตำแหน่ง ของไตและส่งตัวอย่างไปตรวจ

การรักษา 
    โรคนี้มักจะหายเองได้ อาการจะมีมากขึ้นและค่อยๆหายไปในเวลาต่อมา
แพทย์สั่งยา เช่น ibuprofen, naproxen, หรือ acetaminophen อาจจะ ให้เพื่อควบคุมอาการปวดหรือลดไข้ หรือจะสั่งpredisolone สำหรับผู้ป่วย ที่มีอาการรุนแรงหรือมีปัญหาไตร่วมด้วย


    สิ่งที่ควรทำ
ควรกินอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ผลไม้ผัก และผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ และกินอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวน้อย
ควรควบคุมน้ำหนัก
ควรออกกำลังกายแบบแอโรบิคเป็นประจำเช่น การเดินเร็ว (อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน,หลายๆครั้งต่อสัปดาห์)
ควรกินยาตามที่แพทย์แนะนำ ควรจำกัดปริมาณคาเฟอีน

   ห้ามทำ
ห้ามดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป
 ห้ามสำหรับผู้ชายไม่ควรเกิน 2 แก้วต่อวัน
 ห้ามสำหรับผู้หญิงและคนที่มีน้ำหนักน้อย ไม่ควรเกิน 1 แก้วต่อวัน